บทที่ 9 อุ้มท้อง 4
อี้ฟานถอดแบบมาจากปันเส้าเฟิงหลายส่วน ผู้เป็นบิดาสง่างามดุดัน ผิวสีน้ำตาลอ่อน ร่างกายหลายแห่งมีบาดแผลดูสมชายชาตรี แต่คนที่อยู่เบื้องหน้านางยามนี้ เป็นบุรุษที่อายุเพิ่งยี่สิบปี ใบหน้าละอ่อน ทั้งมีเค้าความเป็นเด็กน้อยเจืออยู่
“ดูเหมือนแม่นางเถียน ล่วงรู้ความต้องการของข้าบ้างแล้ว”
อี้ฟานเป็นชายฉลาด เขาจึงเลือกถามอย่างตรงไปตรงมา
คิ้วเรียวของไป๋ลู่เถียนเลิกสูง ดวงตากลมโตมองอีกฝ่ายด้วยความใคร่รู้ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หากเจือความเย้ายวนกึ่งทีเล่นทีจริง
“ความต้องการคุณชายฟาน หมายถึงเรื่องที่ดินของข้าในเมืองเจ้อตง หรือว่าเป็นร่างกายนี้...” เมื่อเอ่ยจบนางจึงดึงสายรัดเอวออก และขยับตัวสองสามหนจนสาบเสื้อแบะอ้า เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน มันคือบังทรง (เอี๊ยม) ที่ปกปิดหน้าอกอวบสวยซึ่งสองมือของชายหนุ่มแทบจะกอบกุมไม่มิด!
ไป๋ลู่เถียนยังเคลื่อนไหวร่างกายอย่างคนเกียจคร้านอีกเล็กน้อย แล้วเอ่ยเสียงแห่บพร่าค่อนข้างเบาเพื่อให้เขาสนใจนาง
“คุณชายฟาน ชะ... ช่วย ข้าได้หรือไม่ หยิบถุงหอมให้สักหน่อยเถิด”
นางหมายถึงถุงหอมที่นำติดตัวมาด้วย มันอยู่ในถุงผ้าปักลายดอกท้อ ข้างในมีหลายสิ่งที่เตรียมไว้ใช้กับอี้ฟาน
บ่อน้ำพุร้อนภายในอารามนอกเมือง
ก่อนหน้านั้น เจิ้งเสี่ยวหยวนได้พบกับปันเส้าเฟิง อีกฝ่ายนับว่าเป็นกระดูกชิ้นใหญ่ ที่ทำให้เขาไม่ก้าวหน้าในราชสำนักมาเป็นเวลาเกือบสามปี นับแต่ศึกษาทั้งเรื่องแผนที่ ฝึกตนในค่ายสกุลเจิ้ง รวมถึงเข้าสอบที่ศาลเมืองหลวง แรกเริ่มตั้งใจเป็นหน่วยองครักษ์เสื้อแพร ทว่าเป็นปันเส้าเฟิงที่บอกแก่ฮองเต้ว่า เจิ้งเสี่ยวหยวนไม่เหมาะกับฝ่ายใน!
กระนั้น ด้วยชายหนุ่มแซ่เจิ้งมีเจิ้งคังซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง ทั้งเป็นสหายของปันเส้าเฟิง ดังนั้นเขาจึงไม่อาจทำสิ่งใดขัดใจปันเส้าเฟิงได้ ต่อเมื่อรัชทายาทเห็นความสามารถเจิ้งเสี่ยวหยวน จึงเรียกตัวมารับใช้ด้านการวางแผน พร้อมดูแลศาลหลักเมืองหรูฉาง
แต่อย่างที่กล่าวเมื่อครู่ ปันเส้าเฟิง คือผู้ที่ฮ่องเต้ไว้วางใจได้ยามนี้ เสียงของเขาแม้แต่มังกรแห่งแคว้นต้าโจวยังต้องหยุดฟัง ดังนั้นใครที่ใกล้ชิดเชื้อพระวงศ์ย่อมไม่พ้นหูพ้นตาของปันเส้าเฟิงผู้นี้ การพบหน้าปันเส้าเฟิงจึงคล้ายกับมีหลายสิ่งที่ทำให้เจิ้งเสี่ยวหยวน ร้อน ๆ หนาว ๆ ประหนึ่งว่า ปันเส้าเฟิงรู้ความลับในอดีตของเจิ้งเสี่ยวหยวน และสิ่งนั้นก็คือชาติกำเนิดที่แท้จริง ด้วยนามเดิมของอีกฝ่ายคือ หลัวตี้...เป็นคนสกุลหลัว หาใช่ เจิ้ง อย่างที่ผู้อื่นเข้าใจ!
เมื่อมีความเครียดสะสม เจิ้งเสี่ยวหยวนจึงมาแช่ตัวที่บ่อน้ำพุร้อน เขาอยากปลดปล่อยภาระที่หนักอึ้ง ที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วันยิ่งทำให้เขาเหมือนถูกจองจำ ในขณะที่ปล่อยใจไปกับธรรมชาตินั้น เขาก็อดคิดถึงสตรีที่เดินทางมาจากเมืองเจ้อตงไม่ได้
ภาพในช่วงที่เขาลี้ภัยสงคราม เจิ้งเสี่ยวหยวนอายุได้ราว ๆ สิบสองสิบสามปี คนแรกที่หยิบยื่นอาหารให้เขากับมารดาคือไป๋ลู่เถียน ซึ่งนอกจากน้ำใจงามแล้ว เขายังรับรู้ได้ว่านางพึงใจต่อเขา ทว่าสำหรับเขาแล้วไป๋ลู่เถียนอย่างไรก็เป็นเพียงน้องสาว และเขาไม่ได้คิดรังเกียจสตรีผู้นั้น แม้ยามนี้ดูเหมือนใบหน้านางจะมีสิ่งที่ผิดปกติสักหน่อย แต่นั่นยิ่งทำให้เขาเห็นใจนางมากขึ้น
‘ข้าไม่คิดเป็นอื่นต่อเจ้า และสัญญาหมั้นหมาย...หากกล่าวกันตามตรง ล้วนเป็นท่านปู่ของเจ้าที่เอ่อ...ทึกทักฝ่ายเดียว’
‘ช่างน่าขายหน้าเหลือเกิน ใช่สิ ปู่ของข้าคงสติเลอะเลือน ส่วนท่านก็ความจำเสื่อมในตอนที่เกิดเหตุร้ายกับมารดา อย่างที่เคยได้ยิน เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน ข้าจึงไร้ความหมายในสายตาของท่าน!’
ไป๋ลู่เถียนกล่าว สีหน้าและน้ำเสียงนางราวกับมีดอาบยาพิษ ส่งผลให้เจิ้งเสี่ยวหยวนแทบกระอักเลือดกองโต
เจิ้งเสี่ยวหยวนเป็นชายที่มุ่งมั่นเรื่องรับใช้บ้านเมือง อีกทั้งหลายปีให้หลัง สตรีนางเดียวที่เขาใกล้ชิดทั้งยังผูกพันด้วยคือเฉินมี่ ดังนั้นในสายตาเขาจึงไม่ได้เหลือบมองใครอีก แม้นางคือไป๋ลู่เถียน ซึ่งเดินทางไกลนับพันลี้มายังเมืองหลวง เพื่อทวงสัญญาหมั้นหมาย
ขณะที่กำลังคิดภาพอดีตในหัว
ยอดหน้าอกของเจิ้งเสี่ยวหยวนก็ได้รับการกระตุ้น เริ่มจากช้า ๆ เป็นการออกแรงอย่างมันเขี้ยว ก่อนหน้านี้เขารู้ว่า เฉินมี่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของบ่อน้ำพุสำหรับสตรี ส่วนบริเวณนี้เป็นพื้นที่สงบ เพราะเขากันผู้อื่นไม่ให้เข้ามายุ่มย่าม แต่ที่เฉินมี่มาอยู่ใกล้ ๆ เขาได้คงเพราะนางเป็นสตรีที่ซุกซน และค่อนข้างวางอำนาจเผด็จการ ดังนั้นใครหน้าไหนก็อย่าคิดขวางลูกสาวเจ้ากรมโยธา ทั้งยังเป็นญาติห่าง ๆ ของพระชายารัชทายาทด้วย!
“อ่า...คุณหนูเฉิน...เหมาะสมแล้วหรือที่กระทำเยี่ยงนี้กับข้า”
เฉินมี่ยิ้มยั่วเจิ้งเสี่ยวหยวน นางอดใจไม่ไหวแล้ว เมื่อครั้งที่ทั้งคู่ไปยังหอเซียนเมารักก็ได้ทำเรื่องต้องห้ามจนซ่านสยิวใจ ครานั้นนางเสียจูบแรกให้เขา มันล้ำลึกดูดดื่ม และเหนืออื่นใด ชายหนุ่มได้ใช้ปากกับพื้นที่งดงามอวบอูมของเฉินมี่ ส่วนตัวนางก็บ้าบิ่นยิ่งนัก เพราะทั้งชักรูดและมีประสบการณ์สุดสยิวกับแท่งหยกของเขา ตบท้ายด้วยการทำรักด้วยปากให้กับผู้ชายซึ่งเป็นว่าที่สามีของนาง
